หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว เมนูสุดอร่อย ที่ไม่เหมาะกันคนกินคลีน

ใครที่กินอาหารคลีนถอยไป เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมจะชวนมาทำเมนูเดอร์ตี้ (Dirty) กินกันให้แฮปปี้ ด้วยวิธีทำหมูสามชั้นอบซีอิ๊ว เมนูอร่อยไม่ต้องไปแคร์หุ่นให้เครียด ลุยกันเลยดีกว่า

 [CR] อาหารธรรมดา… หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว โดย คุณสไลเดอร์แมน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดี ครับ วันนี้ก็มารีวิวอาหารที่ธรรมด๊า ธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษมากมาย “หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว” ตามหัวกระทู้นั่นแหละครับ สูตรต้นฉบับมาจาก ชายกางเข้าครัว… หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

 สิ่งที่ต้องเตรียม

 หมูสามชั้น 1 กิโลกรัม (ถ้าเลยชั้นสองขึ้นไป อันนั้นชั้นสาม)
กระเทียม ตามศรัทธา (ผมใช้ประมาณ 1 กำมือครับ)
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ต้นหอม 8 ต้น (สูตรจริง ๆ เขาใช้ 3-5 ต้น ผมใช้ไป 8 ต้น ไม่อยากเก็บไว้ ใช้ให้หมด ๆ)
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า นิดหน่อย (ไว้ช่วยละลาย)
หม้อใบเล็ก
หม้อใบใหญ่ (ใหญ่พอที่จะใส่น้ำกับหม้อใบเล็กลงไปได้)

  ** ของต้นฉบับจริง ๆ เขามีเหล้าจีนด้วย แต่ผมไม่ได้ใส่นะครับ **

วิธีทำ

หมูสามชั้นอบซีอิ๊วหมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

 เตรียมหมูสามชั้น โดยหั่นเป็นก้อน ๆ

หมูสามชั้นอบซีอิ๊วหมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

ซอยต้นหอม

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

กระเทียม ถ้าขยันก็ปลอกเปลือกออกแล้วหั่นบาง ๆ หรือสับ แต่ถ้าขี้เกียจก็โขลก ๆ ในครกแบบนี้แหละครับ

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

ตำส้มตำทั้งที ต้องตำให้ดี ต้องมีฝีมือ… อ้าว ไม่ใช่ ๆ นี่กระเทียม

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

นำหมูที่หั่นแล้วกับผักทั้งหมดใส่ไว้ในหม้อใบเล็ก จากนั้นใส่เครื่องปรุงที่เหลือตามลงไป ทั้งพริกไทย ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ น้ำผึ้ง และน้ำตาลทรายแดง (ฟัก แฟง แตงโม ไชโยโห่ฮิ้ว !!)

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

ใส่น้ำลงไปนิดหน่อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน บีบ ๆ นวด ๆ ให้น้ำเข้าเนื้อ หมักทิ้งไว้ซัก 900 วินาที (15 นาที)

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

ตั้งหม้อใบใหญ่ ใส่น้ำลงไป ใช้ไฟไม่แรงและไม่เบา (กลาง ๆ)

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

คุณชายกางเขาบอกว่า ให้เอาผ้าใส่ไว้ที่ก้นหม้อ กันน้ำเดือดและกันก้นหม้อแตะกัน

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

ใส่หม้อในเล็กที่หมักหมูลงไปในหม้อใบใหญ่ ประมาณนี้ เป็นเหมือนการตุ๋น

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

ตั้งไฟกลาง ปิดฝาให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ 2 ชั่วยาม… เอ๊ย !! ชั่วโมง ฉายหนังสักเรื่อง หรือดูซีรี่ย์สัก 2 ตอนตอนกว่า ๆ ค่อยกลับมาดู

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

พอเสร็จแล้วก็จะได้ออกมาประมาณนี้

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

เห็นชั้นไขมันนั่นไหม… กระแสกินคลีนมาแรง เราไม่สนใจ เราจะกินเดอร์ตี้ !! กินเดอร์ตี้แล้วเราแฮปปี้ !!

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

จริง ๆ ก็เคยทำแบบใช้เนื้อธรรมดาไม่ติดมันนะครับ แต่พบว่าเนื้อยุ่ยมาก แล้วไม่มีไขมันอะไรให้ยึดเกาะเลย กินแล้วเหมือนกินสำลียุ่ย ๆ ไร้รสสัมผัสอันดีงาม

ตักมากินกับข้าวนึ่ง เหมาะ ๆ ๆ แต่งหน้าอาหารไม่สวยไม่เป็นไร เอะอะใส่ผักชีโรยหน้าไว้ก่อน รสชาติหมูโดยรวมจะออกหวานมันครับ

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

เนื่องจากรสชาติหมูมันออกหวาน ๆ ก็เลยคิดว่าน่าจะกินเป็นของหวานได้ เอาผสมกับไอศกรีมดูแล้วกัน

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

อืม… รสชาติก็พอไปด้วยกันได้ เหมือนไอศกรีมช็อกโกแลตมีรสหมูหวานแทรก ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย กลมกล่อมดี

หมูสามชั้นอบซีอิ๊ว

กินหมดเกลี้ยงเลย เข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ (ไม่ต้องเชื่อก็ได้นะ)

 สรุป

 1. กินกับข้าวก็อร่อย กินกับไอศกรีมก็พอได้

2. ไม่เหมาะกับคนกินคลีนอะนะ ถ้าคนกินคลีนเผลอกินนี่คงร้องไห้หนักมาก

  ไอ้หยาาาา… จับหมูสามชั้นอบซีอิ๊วไปกินกับไอศกรีมช็อกโกแลตเนี่ยนะ ? ใจเด็ดสุด ๆ ไปเลยค่ะลูกพี่ !! แต่เห็นแบบนี้ ชะนีใจไม่กล้าขอกินกับข้าวสวยดีกว่านะคะ น่าจะเวิร์กกว่าเยอะเลย อิอิ

มะพร้าวแก้วใบเตย ขนมไทยหวานละมุน เคี้ยวเพลิน ๆ

มะพร้าวแก้วใบเตย

      ขนมไทยใครว่าเอาใจยาก ลองมาดูวิธีทำมะพร้าวแก้วใบเตย ง่าย ๆ แต่ได้ขนมไทยดี ๆ มีคุณภาพไว้อวดเพื่อน เอ้ย ไว้กินกับเพื่อนแล้ว

มะพร้าวแก้ว ขนมไทยหวานหอมเคี้ยวกรุบ ๆ กินเพลิน ๆ สูตรนี้จาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เรานำมาฝากจะแตกต่างจากมะพร้าวแก้วแบบเดิม ๆ คือ เพิ่มความหอมและสีเขียวสดจากใบเตยลงไปด้วย เวลาเคี้ยว ๆ อยู่ในปากจะได้กลิ่นหอมของใบเตยอีกด้วย

 ส่วนผสม (ทำครั้งละน้อย ๆ)

 มะพร้าวทึนทึก ขูดเป็นเส้น 200 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
น้ำใบเตย 1/2 ถ้วย
เกลือ 1/4 ช้อนชา (หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)

วิธีทำ

มะพร้าวแก้วใบเตย

 ขูดมะพร้าวทึนทึกมาขูดเป็นเส้น ๆ (ได้มะพร้าวที่ขูดเรียบร้อยแล้ว พยายามขูดไม่ต้องถึงกะลา เอาแต่เนื้อสีขาว ๆ)

มะพร้าวแก้วใบเตย

เตรียมน้ำใบเตยเข้มข้น (ได้มาจากใบเตยปั่นกับน้ำเปล่า)

มะพร้าวแก้วใบเตย

ใส่มะพร้าวขูด น้ำตาลทราย น้ำใบเตย และเกลือลงในกระทะ เปิดไฟกลาง ๆ หมั่นคนไปเรื่อย ๆ จนน้ำงวดแล้วปิดไฟ

มะพร้าวแก้วใบเตย

จากนั้นใช้ช้อนกับส้อมตักมะพร้าวแก้วมาพอดีคำ วางลงในภาชนะแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง หรืออบที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส จนแห้ง

มะพร้าวแก้วใบเตย

เมื่ออบเสร็จแล้วจะได้มะพร้าวแก้วใบเตยแบบนี้ จะแห้งและหวาน

มะพร้าวแก้วใบเตย

ถ้าลดน้ำตาลลงจะได้แบบไม่หวานและนิ่ม (ส่วนนัทชอบแบบไม่หวานอร่อยดีค่ะ)

น่ากินกว่าเดิมอีกสพหรับมะพร้าวแก้วใบเตยสูตรนี้ ทำกินเองได้ง่าย ๆ ปรีบเพิ่ม-ลดน้ำตาลได้ตามชอบ จะหวานน้อยหรือหวานฉ่ำก็เลือกได้ อย่าลืมลองทำกันดูนะคะ ไม่ยากเลย

โอยะโกะด้ง วิธีทำข้าวหน้าไก่แบบญี่ปุ่นด้วยไมโครเวฟ ง่ายและดี

โอยะโกะด้ง

ง่าย ไปอีก ! วิธีทำโอยะโกะด้งตำรับญี่ปุ่นง่าย ๆ แค่มีไมโครเวฟเครื่องเดียว วัตถุดิบก็ใช้แบบง่าย ๆ หาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อที่เดียว จบ !

โอยะโกะด้ง (Oyakodon) หรือ ข้าวหน้าไก่แบบญี่ปุ่น เวลาไปกินตามร้านอาหารราคามันแพงใช่ไหมล่ะ? รู้อย่างนี้แล้ว กระปุกดอทคอมก็เลยจัดวิธีทำโอยะโกะดงแบบง่าย ๆ มาฝากจาก คุณ roid สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม โอยะโกะด้งสูตรนี้ใช้ไมโครเวฟตัวเดียว แถมวัตถุดิบที่ใช้ก็หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อที่เดียว จบ !

[เมนูไมโครเวฟ] Oyakodon ง่าย ๆ จากไก่เซเว่นด้วยไมโครเวฟตัวเดียว โดย คุณ roid สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

โอยะโกะด้ง

 สิ่งที่ต้องเตรียม

 ข้าวสวยหุงสุก (อันนี้จะหุงเองหรือซื้อที่เขาหุงสำเร็จแล้วก็ตามสะดวกนะครับ สำหรับผมซื้อจากเซเว่นเอาเลย ขี้เกียจหา)
 ไก่ อบเทอริยากิ (อัน นี้เลือกรสตามชอบเลย จะเป็นไก่สไปซี่, ไก่พริกไทยดำ หรืออะไรก็ได้ แต่ที่ผมเลือกคือ ไก่อบเทอริยากิ เพราะรสชาติน่าจะเข้ากับเมนูนี้ที่สุด)
 ต้นหอม 2 ต้นเล็ก ๆ
 หอมใหญ่ประมาณ 1/2-1 ลูก (ปริมาณตามความชอบ)
 น้ำตาลทราย (ปรุงรส)
 เกลือป่น (ปรุงรส)
 พริกไทย (ปรุงรส)
 ซอสปรุงรสหรือโชยุ (ปรุงรส)
 ไข่ไก่ 1 ฟอง

** ส่วนผสมทั้งหมดก็มีตามรูปนี้เท่านั้น ถ้าไม่ชอบหอมใหญ่ ก็ลองเปลี่ยนเป็นผักอื่นดูนะครับ **

หมายเหตุ : ส่วนผสมที่ผมเลือกมานี้ ผมพยายามเลือกที่หาซื้อได้ง่าย เป้าหมายหลักก็คือ เซเว่นนั่นเอง เพราะมีสาขาเยอะมากและสามารถเข้าไปซื้อตอนไหนก็ได้ เผื่อหิวตอนกลางคืนก็สามารถทำได้ทันที เพราะฉะนั้นวัตถุดิบหลักผมจึงพยายามเลือกมาจากเซเว่นทั้งหมด ยกเว้นผักที่อาจจะต้องหาซื้อจากที่อื่น หรือจะไม่ใส่ก็ได้ (แต่แนะนำให้ใส่ดีกว่า)

เอาล่ะ… เรามาลงมือทำกันดีกว่า

โอยะโกะด้ง

 ล้าง ผักแล้วหั่น โดยต้นหอมให้หั่นเป็นท่อน ๆ และใบต้นหอมบางส่วนให้ซอยเล็ก ๆ ไว้โรยหน้า ส่วนหอมใหญ่ (ผมใช้ครึ่งลูก) หั่นเป็นเสี้ยวบาง ๆ เพื่อจะให้สุกง่าย

โอยะโกะด้ง

 แกะไก่ปรุงสำเร็จออกจากกล่อง **แต่อ๊ะ ๆ ช้าก่อน ถาดพลาสติกอย่าเพิ่งทิ้งนะครับ เราจะเก็บเอาไว้ตวงน้ำ**

โอยะโกะด้ง

 เตรียม ชามก้นลึกที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้แล้วทำการตวงน้ำเทลงไป โดยเราจะใช้ถาดพลาสติกที่ใส่ไก่ปรุงสำเร็จเมื่อครู่ ตวงน้ำให้ถึงรอยหยักตรงขอบถาด (คือ… ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่า ดูจากในรูป ตรงวงรีสีแดงจะเห็นว่าถาดมีส่วนที่มีการแบะกว้าง ให้ใส่น้ำถึงประมาณตรงนั้นครับ หรือจะปรับน้ำน้อยกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่ว่าชอบน้ำมากน้อยแค่ไหน) จากนั้นเอาช้อนคน ๆ ให้พวกคราบซอสในถาดละลายไปกับน้ำด้วย แล้วเทลงชาม

โอยะโกะด้ง

 ใส่หอมใหญ่และต้นหอมที่หั่นไว้ใส่ลงไปในชาม เกลี่ยให้ผักจมน้ำทั่ว แล้วเอาเข้าไมโครเวฟ เปิดไฟแรงสุดประมาณ 2 นาทีครับ

โอยะโกะด้ง

5. พอครบ 2 นาทีแล้ว ให้เอาออกมาพักสักครู่ (ตอนนี้ผักจะเริ่มนิ่มนิดหน่อย) แล้วทำการปรุงรสน้ำซุป โดยใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น และพริกไทยป่น (ปรุงตามชอบ แต่ไม่ต้องรสจัดมาก เพราะเดี๋ยวเราจะได้รสชาติจากซอสในชิ้นไก่อีก โดยหลัก ๆ ผมจะปรุงให้ออก หวาน-เค็ม แต่ให้รสหวานนำเล็กน้อย) จากนั้นเหยาะซอสปรุงรสหรือโชยุลงไปเล็กน้อยให้น้ำซุปเรามีสีเข้มขึ้น จะได้ดูน่ารับประทาน (สำหรับผมพอดีมีโชยุซองเหลือจากรับประทานปลาดิบเลยใส่โชยุลงไป) จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟต่อที่ไฟแรงสุด 1.30 นาที

เคล็ดลับ : เหตุ ที่ผมไม่เวฟรวดเดียว 3.30 นาที เพราะน้ำอาจจะเดือดมากจนทะลักออกมาจากชามได้ ผมเลยแบ่งเวฟแล้วเอาออกมาพักให้เย็นเล็กน้อยก่อนเวฟต่อ จะได้ไม่เดือดจนเกินไป

โอยะโกะด้ง

 พอ ครบ 1.30 นาทีแล้ว นำไก่ใส่ลงไปในชามแล้วคน ๆ ให้ไก่จมน้ำ จากนั้นใช้ช้อนตักน้ำซุปร้อน ๆ ราดบนชิ้นไก่เล็กน้อยเพื่อให้ซอสจากไก่ละลายลงไปน้ำ จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 1 นาที

โอยะโกะด้ง

 หลัง จากครบ 1 นาทีแล้วให้นำออกมาพักไว้สักครู่ จากนั้นตอกไข่ใส่ถ้วยแล้วตีหยาบ ๆ พอให้ไข่แดงกับไข่ขาวผสมกัน แล้วค่อย ๆ ราดลงไปบนส่วนผสมไก่ โดยเอาส้อมเกลี่ย ๆ ไข่ให้กระจายทั่ว ๆ ชาม แล้วเวฟครั้งสุดท้ายอีก 1 นาที

โอยะโกะด้ง

 พอครบเวลาแล้วก็เสร็จเรียบร้อย ยกออกมาจากไมโครเวฟแล้วเตรียมข้าวสวยใส่ชามก้อนลึกรอไว้ได้เลย

โอยะโกะด้ง

 ค่อย ๆ ใช้ช้อนตักส่วนผสมไก่และไข่ราดลงบนข้าวจนหมด แล้วตักน้ำราดลงไปตามความชอบ (ถ้าตวงน้ำตามสูตรผมจะมีน้ำซุปเหลืออยู่ก้นชามอีกนิดหน่อย จะราดหมดหรือจะเก็บบางส่วนไว้ราดระหว่างรับประทานก็ได้ครับ) แล้วโรยต้นหอมซอยลงไปเป็นอันเสร็จ

โอยะโกะด้ง

เสร็จแล้วครับ Oyakodon แบบง่าย ๆ แค่ไมโครเวฟตัวเดียวก็ทำได้ แถมวัตถุดิบก็หาได้ง่าย (มีแค่ผักที่อาจจะต้องไปหาซื้อตามตลาด) เรื่องรสชาติไม่ต้องห่วง ถ้าชอบไก่เซเว่นก็อร่อยแน่นอนครับ ที่ดีอีกอย่างคือ เราไม่ต้องกังวลว่าทำแล้วไก่จะสุกทั่วหรือเปล่า เพราะมันสุกมาแน่นอนก่อนจะปรุงเสียอีก อิอิ ก็ขอฝากเมนู Oyakodon ชามนี้ไว้ด้วยนะครับ ใครจะลองตัดแปลงสูตรเป็นอย่างอื่นแล้วอร่อย ก็ลองเอามาแชร์กันนะครับ

  ป๊าด… เห็นง่าย ๆ แบบนี้ ผมนี่รีบปั่นจักรยานไปปากซอยเลยครับ ต่อไปนี้ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ได้กินเงินผมแล้วล่ะครับ อิอิ

004

ปลากะพงนึ่งบ๊วย

เครื่องปรุงและส่วนผสมร้านอาหารแนะนำในสระแก้ว

ปลากะพงขาว 1 ตัว
บ๊วยดอง 2 เม็ด
น้ำบ๊วย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปไก่ 1/2 ถ้วยตวง
ขิงหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวง
ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน 1/4 ถ้วยตวง
พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอยตามยาว 2 เม็ด
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 2 ช้อนชา
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
ซิอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ต้นหอม หั่นเป็นท่อน 1/4 ถ้วยตวง

วิธีการทำปลากะพงนึ่งบ๊วย

1. ขอดเกล็ดปลาให้หมด ควักไส้ออก บั้งที่ตัวปลาข้างละ 2-3 บั้ง ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ

2. นำปลาใส่จานที่จะนึ่ง ใส่น้ำซุปบ๊วยดองบี้ให้แตก น้ำมันงา น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง ซิอิ๊วขาว น้ำตาลทราย น้ำบ๊วย ให้ทั่วปลา คลุมตัวปลาด้วยต้นหอม ขึ้นฉ่าย ขิง พริกชี้ฟ้าแดง นึ่งในลังถึงนึ่งพอสุก เสิร์ฟร้อน ๆ

เมล็ดเจียเนยถั่วบอล เมนูขนมสุดเฮลท์ตี้ อร่อยง่ายได้สุขภาพ

เมล็ดเจียเนยถั่วบอล    เมล็ดเจีย ผสมเนยถั่วและโปรตีนบอล เมนูของว่างกินเล่นสุดเฮลท์ตี้จากเมล็ดเจีย ที่รับประทานกันได้ไม่ต้องกลัวอ้วน กลัวแป้ง หรือโปรตีนกลูเตน แบบนี้ต้องลอง

ออกกำลังกายมาก็เหนื่อย จะให้ไปรับประทานอาหารกันแบบเต็มที่เลยก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้หายเหนื่อย หรือมีแรงมากขึ้น มิหนำซ้ำยังอาจจะทำให้ที่ออกกำลังกายเบิร์นไขมันก็มาเสียดิบดีไม่เป็นผลอีก ด้วย

วันนี้เราก็เลยนำสูตรของว่างที่เหมาะสำหรับคนออกกำลังกาย เน้นโปรตีน ไร้แป้งกวนใจมาฝากกันจากเว็บไซต์ veganfamilyrecipes.com นั่นก็คือเมนูโปรตีนบอลเนยถั่วและเมล็ดเจีย ซึ่งประโยชน์ของเมล็ดเจีย นี่ก็ไม่ต้องพูดถึง ธัญพืชมากประโยชน์ดี ๆ นี่เอง แถมยังเพิ่มรสชาติหอมหวานเย็น ๆ อย่างอินทผาลัมเข้าไปด้วย ขอแอบกระซิบว่าทำง่ายสุด ๆ ไม่ต้องเป็นคนออกกำลังกายก็สามารถรับประทานได้ เพราะเมนูนี้จะช่วยทำให้คนที่ไม่ค่อยชอบทานเนื้อสัตว์ได้โปรตีนที่ดีต่อร่าง กายกันไปแบบเต็ม ๆ ไปดูกันเลยดีกว่าเจ้าเมนูทำกันอย่างไร

เมล็ดเจียเนยถั่วบอล

 สิ่งที่ต้องเตรียม

 อินทผาลัมอบแห้ง 6 ลูก
ผงโปรตีน 25 กรัม
เนยถั่ว 4 ช้อนโต๊ะ
เมล็ดเจียบด 2 ช้อนชา

วิธีทำ

เมล็ดเจียเนยถั่วบอล

 1. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสมอาหาร บดจนเป็นเนื้อเดียวกัน

เมล็ดเจียเนยถั่วบอล

2. นำส่วนผสมที่บดเข้าด้วยกันแล้วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ

เมล็ดเจียเนยถั่วบอล

3. ใส่ภาชนะมิดชิดแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นก่อรับประทาน

   เห็นไหมล่ะว่า แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ของว่างกินเล่นแบบเน้นโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ไม่ต้องไปหาซื้อให้เสียเวลาแถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมในโปรตีนที่ซื้อ มาอีกด้วยล่ะ ยังไงก็ลองหยิบไปทำกันดูนะ รับรองไม่มีทางผิดหวังแน่นอนเลยล่ะ

อาหารภาคใต้..หมูผัดกะปิ

อาหารภาคใต้..หมูผัดกะปิ

อาหารภาคใต้..หมูผัดกะปิ

ส่วนผสม

  1.  หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นพอคำ 200 กรัม
  2.  พริกขี้หนู โขลกพอหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  3.  กระเทียม โขลกพอหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
  4.  กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
  5.  น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  6.  น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  7.  ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  8.  พริกชี้ฟ้า หั่นเฉียง 2 เม็ด
  9.  หอมหัวใหญ่หั่นเส้น 1 ลูก
  10.  น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  11.  น้ำเปล่า

วิธีทำ

1. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไป รอให้น้ำมันร้อนใส่กระเทียมและพริกขี้หนูลงไปผัดพอหอม

2. ใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้สุก เสร็จแล้วใส่กะปิลงไปผัดให้เข้ากับเนื้อหมู

3. เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยพอให้มีน้ำขลุกขลิก ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาลทราย

4. ใส่ใบมะกรูดฉีก พริกชี้ฟ้าแดงและหอมหัวใหญ่ลงไปผัดจนกระทั่งหอมใหญ่เริ่มสุก

5. ตักใส่จานเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด กับข้าวหลากรสที่คุ้นเคย

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด
 

    ผัดเปรี้ยวหวาน เมนูกับข้าวที่มีเสน่ห์ตรงที่ในคำเดียวมีหลายรสตามชื่อ ทั้งเปรี้ยวหวานกลมกล่อม แถมยังมีผักหลายชนิดให้ได้ประโยชน์อีกด้วย ส่วนมากผู้ใหญ่จะชอบทำเป็นเมนูหลอกให้เด็ก ๆ กินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น เลยกลายเป็นเมนูที่เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินอร่อย วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอเสิร์ฟเป็นสูตรผัดเปรี้ยวหวานปลาหน้าตาน่ากิน จาก คุณ RinS CookBook สมาชิกเว็บไซต์ยูทูปดอทคอม

 ส่วนผสม น้ำซอสเปรี้ยวหวาน

น้ำตาลทราย 1 3/4 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 2/3 ถ้วย
เกลือ 2 ช้อนชา
มะเขือเทศแบบเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ
สับปะรด หั่นเป็นชิ้น 1/2 ถ้วย

ส่วนผสม เครื่องผัดเปรี้ยวหวาน

 เนื้อปลา (หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ตามชอบ) 10 ออนซ์ (ประมาณ 284 กรัม)
 แป้งเทมปุระ (หรือแป้งสาลีอเนกประสงค์)
 น้ำมันพืช 1 ถ้วย
 กระเทียมสับ 2 กลีบ
 หอมใหญ่ 1/3 ถ้วย (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
 แครอท ประมาณ 30 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
 มะเขือเทศ 1/3 ถ้วย (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ)
 แตงกวา 1/3 ถ้วย
 พริกหยวกหวาน 1/3 ถ้วย
 สับปะรด 1/3 ถ้วย
 ซอสผัดอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ (ดูวิธีทำได้ที่ ซอสผัดอเนกประสงค์ แค่ขวดเดียวอร่อยได้หลายเมนู)
 น้ำซอสเปรี้ยวหวาน 1/3 ถ้วย
 ต้นหอม หั่นเป็นท่อน 1 ออนซ์ (ประมาณ 28.4 กรัม)

วิธีทำ ซอสเปรี้ยวหวาน

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

1. ใส่น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และเกลือลงในหม้อ คนผสมให้ละลายเข้ากัน จากนั้นนำขึ้นตั้งไฟกลาง ต้มจนเดือด ปิดไฟ

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

2. ใส่เนื้อมะเขือเทศเข้มข้นลงไป คนผสมให้ละลายเข้ากัน ตามด้วยสับปะรด

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

3. ใช้เครื่องปั่นมือปั่นจนส่วนผสมเนียนละเอียด หรือถ้าไม่มีเครื่องปั่นมือให้พักส่วนผสมไว้จนเย็นแล้วนำไปปั่นในเครื่อง ปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเนียน พักไว้จนเย็นสนิท เก็บใส่ขวดโหล สามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือน

 วิธีทำ ปลาทอด

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

1. คลุกเนื้อปลากับแป้งทอดกรอบให้ทั่ว

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

2. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟแล้วใส่เนื้อปลาคลุกแป้งลงทอดจนสุกเหลืองทองทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เตรียมไว้

 วิธีทำ ผัดเปรี้ยวหวาน

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ นำขึ้นตั้งไฟกลาง พอร้อนใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนหอม

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

2. ใส่หอมใหญ่ แครอท มะเขือเทศ แตงกวา พริกหยวกหวาน และสับปะรดลงผัด

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

3. ปรุงรสด้วยซอสผัดอเนกประสงค์ และน้ำซอสเปรี้ยวหวานลงไป ผัดส่วนผสมให้เข้ากัน (สามารถใส่น้ำลงไปเพื่อเจือจางได้)

ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอด

4. จากนั้นใส่เนื้อปลาทอดที่เตรียมไว้ลงไป เคล้าผสมให้เข้ากันเบา ๆ ปิดไฟแล้วใส่ต้นหอมลงไปผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

    มาแล้วจ้า ผัดเปรี้ยวหวานปลาทอดกรอบ ๆ เข้าเนื้ออร่อยล้ำ นี่ถ้าได้ข้าวสวยสักจานคงจะฟินสุโค่ยไปเลย

อาหารจานเดียว..ข้าวผัดสับปะรด

อาหารจานเดียว..ข้าวผัดสับปะรด

อาหารจานเดียว..ข้าวผัดสับปะรด

ส่วนผสม ข้าวผัดสับปะรด

  • หมูแฮม 400 กรัม
  • กุนเชียง 2 แท่ง
  • สับปะรดสด 2 ชิ้น
  • ลูกเกด 1/2 ถ้วย
  • หอมหัวใหญ่ 1/2 หัว
  • แครอทหั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • ต้นหอม 3 ต้น
  • น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ้วขาว 2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงกะหรี่ 1/2 ช้อนชา
  • เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวสวย 5 ถ้วย

วิธีทำ ข้าวผัดสับปะรด

  1. นำลูกเกดมาล้างแล้วแช่น้ำไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงให้ลูกเกดพองตัวก็เทน้ำทิ้ง พักไว้
  2. นำสับปะรดมาหั่นเป็นชิ้นพอคำ จากนั้นก็ซอยต้นหอม สับกระเทียมและหั่นหอมหัวใหญ่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
  3. นำแฮมมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
  4. ตั้งกระทะที่ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ นำกุนเชียงไปทอดให้สุก แล้วหั่นเป็นชิ้นเฉียงๆ
  5. ใส่เนยลงไปในกระทะที่ทอดกุนเชียง พอเนยเริ่มละลายก็ใส่กระเทียมสับและหอมหัวใหญ่ที่หั่นไว้ลงไป ผัดไปเรื่อยๆ จนหอมหัวใหญ่เริ่มใส
  6. ใส่แฮมที่หั่นไว้ลงไป ผัดซักพักพอแฮมเริ่มสุกก็ทำหลุมตรงกลางและตอกไข่ลงไป
  7. ยีไข่ให้กระจาย จากนั้นปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว พอไข่เริ่มเซทตัวก็เอาแฮมข้างๆ มากลบ
  8. กลับด้านไข่ขึ้นมา ใส่แครอทลงไปและผัดให้เข้ากัน
  9. ใส่สัปปะรดและลูกเกดลงไป ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ และผัดให้เข้ากัน
  10. นำข้าวสวยมายีให้กระจาย และใส่ลงไปในเครื่องที่ผัดไว้
  11. ผัดให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นจึงนำกุนเชียงที่หั่นไว้ใส่ลงไป
  12. ผัดให้เข้ากัน โรยด้วยต้นหอมซอย ผัดเร็วๆ ก็ปิดเตาและยกลงได้
  13. ตักข้าวผัดสับปะรดใส่จาน โรยด้วยหมูหยอง จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

อาหารภาคอีสาน..ต้มแซบกระดูกอ่อน

อาหารภาคอีสาน..ต้มแซบกระดูกอ่อน

อาหารภาคอีสาน..ต้มแซบกระดูกอ่อน

ส่วนผสม อาหารภาคอีสาน ต้มแซบกระดูกอ่อน

  • กระดูกอ่อน ½ กิโลกรัม
  • มะเขือเทศผ่าสี่ ½ ถ้วย
  • เห็ดฟางผ่าสี่ ½ ถ้วย
  • พริกขี้หนูแห้งทอด 10 เม็ด
  • ข่าหั่นเป็นแว่นๆ 6 แว่น
  • ตะไคร้ทุบหั่นเป็นท่อนสั้นๆ ¼ ถ้วย
  • ใบมะกรูดฉีกเป็นชิ้นๆ 5 ใบ
  • ผักชีเด็ดเป็นใบๆ ¼ ถ้วย
  • ผักชีฝรั่งหั่นฝอย ¼ ถ้วย
  • น้ำเปล่า 4 ถ้วย
  • น้ำมะนาว ½ ถ้วย
  • น้ำปลาดี ½ ถ้วย
  • หอมแดงผ่า 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ อาหารภาคอีสาน ต้มแซบกระดูกอ่อน

  1. ผสมน้ำกับกระดูกอ่อนใส่หม้อตั้งไฟ
  2. เคี่ยวจนกระดูกหมูอ่อนนุ่มจึงใส่มะเขือเทศ พริกขี้หนูทอด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง
  3. พอเดือดใส่เห็ดฟาง ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลาดี คนให้เข้ากัน ชิมรส พอรสดีแล้วใส่ผักชีฝรั่ง ผักชี ตักใส่ถ้วย รับประทานร้อนๆ

ลูกชิ้นงาดำ อาหารสุขภาพเลอค่าที่ใครก็คู่ควร

ลูกชิ้นงาดำ อาหารสุขภาพเลอค่าที่ใครก็คู่ควร
ลูกชิ้นงาดำ อาหารสุขภาพเลอค่าที่ใครก็คู่ควร
 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ถ้าไม่อยากกินลูกชิ้นที่มีแต่กลิ่นหมู แป้งล้วน สารเคมีตรึม ต้องลองทำลูกชิ้นงาเพื่อสุขภาพสูตรนี้ดู แล้วจะอร่อย แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร แถมดีต่อสุขภาพแน่นอน

สาวกลูกชิ้นหมูกลม ๆ คงจะเบื่อหน่ายกับความรู้สึกที่เหมือนกินแป้งกลิ่นหมู ไม่อร่อยไม่พอ แถมยังเสียสุขภาพอีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมมีสูตรลูกชิ้นงาจาก นิตยสารแม่บ้าน ที่จะมาเสิร์ฟความอร่อยที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากงาดำ ทำง่าย ๆ ไร้สารเคมีตกค้าง เด้งดึ๋งอร่อยไม่แพ้ใครเลย

 ส่วนผสมลูกชิ้น

เนื้อหมูบดแช่เย็นจัด 1 ถ้วยตวง

งาดำคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ

รากผักชี 5 ราก

พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา

ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่นหยาบ 1/4 ช้อนชา

ไข่ไก่ 1 ฟอง

ข้าวเหนียวแช่ค้างคืน 1/2 ถ้วยตวง

งาดำคั่วบดละเอียด 1/2 ถ้วยตวง

ผักชี สำหรับแต่ง

ผักกาดหอม สำหรับรับประทานคู่

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

พริกชี้ฟ้าสีแดง สับละเอียด 1 เม็ด

ซีอิ๊วหวาน 1/3 ถ้วยตวง

 วิธีทำ

1. เตรียมน้ำจิ้ม โดยผสมพริกชี้ฟ้ากับซีอิ๊วหวานเข้าด้วยกัน (ถ้าชอบน้ำจิ้มรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม ให้เติมน้ำส้มสายชูและพริกสดสีแดงโขลกลงไป)

2. โขลกรากผักชี กับพริกไทยเม็ดให้ละเอียด เตรียมไว้

3. ผสมเนื้อหมูบดกับเครื่องที่โขลกไว้ ใส่ซีอิ๊วขาว เกลือป่น และงาดำคั่วลงไป ผสมให้เข้ากัน นวดให้เนื้อหมูเนียนและเหนียว

4. ปั้นส่วนผสมหมูเป็นก้อนกลมขนาด 1/2 นิ้ว จากนั้นนำไปแช่เย็นไว้ประมาณ 10-15 นาที

5. ตีไข่ไก่พอแตก นำลูกชิ้นที่แช่เย็นไว้ชุบลงในไข่ไก่แล้วนำไปคลุกลงในข้าวเหนียว และคลุกในงาดำคั่วบด

6. จากนั้นนำไปนึ่งในลังถึงหรือชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 10 นาทีพอสุก ตักใส่จาน โรยด้วยผักชี เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่เตรียมไว้

อาหาร สุขภาพอย่างลูกชิ้นงาดำก็ไม่ได้ทำยากสักหน่อย หันมาทำอาหารดี ๆ เพื่อสุขภาพแบบนี้กินกันบ้างดีกว่า จะได้หมดกังวลเรื่องสารตกค้างในลูกชิ้นกันเนอะ

อยากกินอาหารอร่อยๆ ต้องมาที่นี่